The need for emergency response in 2025ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ หรือวิกฤตการณ์อื่นๆ เช่น ไฟดับเป็นวงกว้าง หรือการแพร่ระบาดของโรค การมีชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินที่พร้อมใช้งานอาจเป็นตัวกำหนดความแตกต่างระหว่างความปลอดภัยและอันตราย

ปี 2025 กำลังจะมาถึง และด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น การอัปเดตรายการของใช้จำเป็นที่ควรเตรียมไว้เผื่อฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้จะแนะนำรายการของใช้จำเป็นที่ครบถ้วนสำหรับปี 2025 เพื่อให้คุณและครอบครัวพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

หลักการพื้นฐานในการเตรียมของใช้จำเป็นเผื่อฉุกเฉิน

ก่อนที่จะเข้าสู่รายละเอียดของรายการสิ่งของที่จำเป็น เราควรเข้าใจหลักการพื้นฐานในการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน:

1. หลักการ 72 ชั่วโมง

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำให้เตรียมของใช้จำเป็นให้เพียงพอสำหรับอย่างน้อย 72 ชั่วโมง (3 วัน) เนื่องจากในกรณีเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ หน่วยงานช่วยเหลืออาจต้องใช้เวลาประมาณนี้ในการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยทั้งหมด

2. การปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะบุคคล

ชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินควรปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของครอบครัวคุณ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น:

  • จำนวนสมาชิกในครอบครัว
  • ความต้องการทางการแพทย์พิเศษ
  • สัตว์เลี้ยง
  • สภาพภูมิอากาศในท้องถิ่น
  • ภัยธรรมชาติที่มีแนวโน้มจะเกิดในพื้นที่ของคุณ

3. การตรวจสอบและอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ

ชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินไม่ใช่สิ่งที่เตรียมครั้งเดียวแล้วลืมไป ควรตรวจสอบและอัปเดตอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อเปลี่ยนอาหารและน้ำที่หมดอายุ ตรวจสอบแบตเตอรี่ และปรับปรุงรายการตามการเปลี่ยนแปลงความต้องการของครอบครัว

อาหารและน้ำ: สิ่งจำเป็นพื้นฐานที่สุด

น้ำดื่มสะอาด

น้ำเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามคำแนะนำของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ควรเตรียมน้ำดื่มในปริมาณ 3 ลิตรต่อคนต่อวัน (สำหรับการดื่มและสุขอนามัย) เป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน

สิ่งที่ควรเตรียม:

  • น้ำดื่มบรรจุขวดที่ซื้อจากร้านค้า (ตรวจสอบวันหมดอายุ)
  • ภาชนะเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถเติมน้ำได้ในกรณีฉุกเฉิน
  • เครื่องกรองน้ำแบบพกพา
  • เม็ดหรือน้ำยาทำความสะอาดน้ำ (เช่น คลอรีนเม็ด)
  • อุปกรณ์ต้มน้ำ (หากมีแหล่งความร้อน)

อาหารที่ไม่เน่าเสียง่าย

เลือกอาหารที่มีอายุการเก็บรักษานาน ไม่ต้องแช่เย็น และต้องการการเตรียมน้อยหรือไม่ต้องเตรียมเลย

รายการอาหารแนะนำสำหรับปี 2025:

  • อาหารกระป๋องพร้อมรับประทาน (เนื้อสัตว์, ปลา, ผัก, ผลไม้)
  • อาหารแห้ง (ข้าว, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ธัญพืช)
  • ขนมขบเคี้ยวที่ให้พลังงานสูง (ถั่ว, ธัญพืชอัดแท่ง, ช็อกโกแลต)
  • นมผงหรือนมถั่วเหลืองผง
  • อาหารสำหรับทารกและผู้สูงอายุ (หากมีในครอบครัว)
  • อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง (หากมี)
  • เครื่องปรุงรสพื้นฐาน (เกลือ, น้ำตาล, เครื่องปรุงรส)

อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง:

  • ที่เปิดกระป๋องแบบไม่ใช้ไฟฟ้า
  • ช้อน, ส้อม, จาน, แก้วพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง
  • เตาแคมป์พกพาพร้อมเชื้อเพลิง
  • หม้อหรือกระทะขนาดเล็ก

สถิติจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่า 68% ของครัวเรือนในประเทศไทยไม่มีอาหารสำรองที่เพียงพอสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวล

อุปกรณ์ปฐมพยาบาลและยา

ชุดปฐมพยาบาลที่ครบถ้วนเป็นส่วนสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่การเข้าถึงบริการทางการแพทย์อาจถูกจำกัด

ชุดปฐมพยาบาลพื้นฐาน

ควรประกอบด้วย:

  • ผ้าพันแผลหลากหลายขนาด
  • ผ้าก๊อซปราศจากเชื้อ
  • เทปกาวทางการแพทย์
  • ยาฆ่าเชื้อ (เช่น เบตาดีน, แอลกอฮอล์)
  • ถุงมือยางปราศจากเชื้อ
  • กรรไกร และปากคีบ
  • ผ้าสามเหลี่ยม
  • ผ้ายืดพันแผล
  • เจลล้างมือที่มีแอลกอฮอล์
  • หน้ากากอนามัย (สำคัญมากในยุคหลัง COVID-19)
  • ถุงมือยางทางการแพทย์
  • เครื่องวัดอุณหภูมิ
  • ไม้ดามกระดูก

ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์

ยาพื้นฐาน:

  • ยาแก้ปวดลดไข้ (พาราเซตามอล, ไอบูโพรเฟน)
  • ยาแก้แพ้ (เช่น คลอเฟนิรามีน)
  • ยาแก้ท้องเสีย
  • ยาลดกรด
  • ยาทาแก้แพ้ผื่นคัน
  • น้ำเกลือล้างแผล
  • ยาประจำตัวสำหรับโรคเรื้อรัง (เบาหวาน, ความดัน, หัวใจ) ให้เพียงพอสำหรับอย่างน้อย 1 สัปดาห์

อุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติม:

  • เครื่องวัดความดันโลหิต (โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความดัน)
  • เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด (สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน)
  • อุปกรณ์ช่วยหายใจฉุกเฉิน (สำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด)

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีเพียง 23% ของครัวเรือนไทยที่มีชุดปฐมพยาบาลที่ครบถ้วนและพร้อมใช้งาน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ต่ำเกินไปเมื่อพิจารณาถึงความสำคัญของอุปกรณ์เหล่านี้ในภาวะฉุกเฉิน

อุปกรณ์ให้แสงสว่างและพลังงาน

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไฟฟ้ามักเป็นสิ่งแรกที่ขัดข้อง การมีแหล่งพลังงานสำรองจึงเป็นสิ่งจำเป็น

อุปกรณ์ให้แสงสว่าง

รายการที่ควรมี:

  • ไฟฉายพร้อมแบตเตอรี่สำรอง (แนะนำแบบ LED ที่ประหยัดพลังงาน)
  • ตะเกียงแบบใช้แบตเตอรี่หรือชาร์จไฟได้
  • เทียนพร้อมไฟแช็คหรือไม้ขีดไฟ (ใช้อย่างระมัดระวัง)
  • ไฟฉุกเฉินแบบชาร์จไฟได้
  • ไฟหัวคาดศีรษะ (ช่วยให้มือว่างในการทำกิจกรรมอื่น)

แหล่งพลังงานสำรอง

อุปกรณ์ที่แนะนำสำหรับปี 2025:

  • แบตเตอรี่สำรองแบบพกพา (Power Bank) ขนาดใหญ่
  • แผงโซลาร์เซลล์แบบพกพาพร้อมพอร์ต USB
  • เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก (หากมีพื้นที่เก็บและงบประมาณเพียงพอ)
  • แบตเตอรี่สำรองหลากหลายขนาด (AA, AAA, C, D)
  • อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่แบบหมุนมือหรือใช้พลังงานแสงอาทิตย์
  • วิทยุแบบชาร์จด้วยมือหมุนหรือพลังงานแสงอาทิตย์

ในปี 2023 ประเทศไทยประสบกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในหลายจังหวัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 3 ล้านครัวเรือน บางพื้นที่ต้องรอนานถึง 48 ชั่วโมงกว่าไฟฟ้าจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ สถานการณ์เช่นนี้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการมีแหล่งพลังงานสำรอง

อุปกรณ์สื่อสารและข้อมูลสำคัญ

การติดต่อสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในภาวะฉุกเฉิน

อุปกรณ์สื่อสาร

รายการที่ควรมี:

  • โทรศัพท์มือถือพร้อมที่ชาร์จ (รวมถึงที่ชาร์จในรถยนต์)
  • วิทยุสื่อสารแบบใช้แบตเตอรี่ (สำหรับการสื่อสารในระยะใกล้)
  • วิทยุ AM/FM แบบใช้แบตเตอรี่หรือชาร์จด้วยมือหมุน
  • นกหวีด (สำหรับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ)
  • กระจกสะท้อนแสง (สำหรับส่งสัญญาณในที่โล่ง)

เอกสารสำคัญ

จัดเตรียมสำเนาเอกสารสำคัญเก็บไว้ในซองกันน้ำ:

  • บัตรประชาชน
  • พาสปอร์ต
  • ใบขับขี่
  • เอกสารประกันภัย
  • เอกสารทางการแพทย์ (ประวัติการรักษา, โรคประจำตัว, ยาที่แพ้)
  • ข้อมูลติดต่อฉุกเฉิน (ญาติ, แพทย์, หน่วยงานฉุกเฉินในท้องถิ่น)
  • สำเนาโฉนดที่ดินหรือสัญญาเช่า
  • รูปถ่ายสมาชิกในครอบครัว (กรณีพลัดหลง)
  • แผนที่ท้องถิ่นแบบกระดาษ
  • เงินสดจำนวนหนึ่ง (เนื่องจากระบบอิเล็กทรอนิกส์อาจใช้งานไม่ได้)

ข้อมูลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า 82% ของคนไทยพึ่งพาโทรศัพท์มือถือเป็นหลักในการติดต่อสื่อสาร แต่มีเพียง 35% เท่านั้นที่มีแผนสำรองในการติดต่อสื่อสารหากระบบโทรศัพท์ล่ม

เครื่องนุ่งห่มและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว

เตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศในท้องถิ่นของคุณ:

  • ชุดเปลี่ยนอย่างน้อย 3 ชุดต่อคน
  • เสื้อกันฝน/เสื้อกันน้ำ
  • รองเท้าที่แข็งแรงและกันน้ำ
  • หมวก (ป้องกันแดดหรือความเย็น)
  • ถุงเท้าและชุดชั้นในหลายชุด
  • ผ้าห่มฉุกเฉินแบบสะท้อนความร้อน
  • ถุงนอน
  • ผ้าขนหนูขนาดเล็ก
  • ของใช้ส่วนตัวพื้นฐาน (แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน, สบู่, แชมพู)
  • ผ้าอนามัยหรือผลิตภัณฑ์สุขอนามัยสำหรับสตรี

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

รายการที่ควรมี:

  • หน้ากากป้องกันฝุ่น/หน้ากาก N95
  • ถุงมือทำงานหนัก
  • แว่นตานิรภัย
  • หมวกนิรภัย (สำหรับพื้นที่เสี่ยงต่อการพังทลายของอาคาร)
  • ชุดกันฝนแบบเต็มตัว
  • รองเท้าบู๊ทกันน้ำ

ในช่วงวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 พบว่าประชาชนจำนวนมากไม่มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสม ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เช่น โรคน้ำกัดเท้า และการติดเชื้อจากน้ำปนเปื้อน

เครื่องมือและอุปกรณ์เอนกประสงค์

เครื่องมือพื้นฐาน

รายการที่ควรมี:

  • มีดอเนกประสงค์หรือมีดพับ
  • เครื่องมือเอนกประสงค์แบบพกพา (Multi-tool)
  • ขวาน (สำหรับตัดไม้หรือทำลายสิ่งกีดขวาง)
  • เลื่อยมือขนาดเล็ก
  • เทปพันสายไฟ (Duct tape)
  • เชือกไนลอนหรือเชือกพาราคอร์ด
  • ถุงพลาสติกหลายขนาด
  • ถุงขยะขนาดใหญ่ (สามารถใช้เป็นเสื้อกันฝนหรือที่กันน้ำได้)
  • ลวดมัด
  • ถังน้ำพับได้
  • เข็มและด้าย

อุปกรณ์เฉพาะสำหรับภัยพิบัติต่างๆ

สำหรับน้ำท่วม:

  • เสื้อชูชีพ
  • เรือยางหรืออุปกรณ์ลอยน้ำ
  • รองเท้าบู๊ทยาว
  • ปั๊มน้ำแบบมือ

สำหรับแผ่นดินไหว:

  • นกหวีดขนาดเล็ก (ติดกับพวงกุญแจ)
  • หมวกนิรภัย
  • ถุงมือหนา
  • อุปกรณ์ดับเพลิงขนาดเล็ก

สำหรับพายุ:

  • เทปกาวอเนกประสงค์สำหรับปิดหน้าต่าง
  • แผ่นไม้อัดสำหรับป้องกันหน้าต่าง
  • เชือกยึดวัตถุกันลม

อาหารและอุปกรณ์สำหรับกลุ่มพิเศษ

สำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก

รายการที่ควรมี:

  • นมผงหรืออาหารทารก
  • ขวดนม
  • ผ้าอ้อมสำรอง
  • ผ้าเช็ดทำความสะอาด
  • ของเล่นที่คุ้นเคย (เพื่อลดความเครียด)
  • เสื้อผ้าสำรอง
  • ยาลดไข้สำหรับเด็ก
  • ผ้าห่มเด็ก

สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้มีความต้องการพิเศษ

รายการที่ควรมี:

  • ยาประจำตัวสำรองอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • อุปกรณ์ช่วยเดิน (ไม้เท้า, วอล์คเกอร์)
  • แว่นตาสำรอง
  • แบตเตอรี่สำหรับเครื่องช่วยฟัง
  • ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ (หากจำเป็น)
  • อุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทาง
  • รายการยาและขนาดการใช้ที่ชัดเจน

สำหรับสัตว์เลี้ยง

รายการที่ควรมี:

  • อาหารสัตว์เลี้ยงสำรอง
  • น้ำสำหรับสัตว์เลี้ยง
  • ชามอาหารและน้ำแบบพกพา
  • ยารักษาโรคประจำตัว
  • สายจูงและปลอกคอพร้อมป้ายชื่อ
  • กรงหรือตะกร้าสำหรับขนย้าย
  • ของเล่นที่คุ้นเคย
  • ทรายแมวและกระบะทราย (สำหรับแมว)
  • ถุงพลาสติกสำหรับเก็บของเสีย

จากการสำรวจของสมาคมผู้เลี้ยงสัตว์แห่งประเทศไทย พบว่ามีเพียง 12% ของผู้เลี้ยงสัตว์ที่มีแผนและอุปกรณ์พร้อมสำหรับการอพยพสัตว์เลี้ยงในกรณีฉุกเฉิน

การจัดเก็บและการจัดการชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน

วิธีการจัดเก็บที่เหมาะสม

คำแนะนำในการจัดเก็บ:

  • เก็บในภาชนะที่แข็งแรง กันน้ำ และเคลื่อนย้ายง่าย เช่น กระเป๋าเป้ กระเป๋าล้อลาก หรือถังพลาสติกมีฝาปิดสนิท
  • แยกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน และติดป้ายกำกับ
  • เก็บในที่เข้าถึงง่ายแต่ปลอดภัย ไม่ร้อนหรือชื้นเกินไป
  • หากมีพื้นที่จำกัด ให้แบ่งเป็นชุดย่อยๆ กระจายไว้ในบ้าน รถยนต์ และที่ทำงาน
  • จัดทำรายการสิ่งของพร้อมวันหมดอายุ และติดไว้ด้านนอกภาชนะ

การบำรุงรักษาและการอัปเดต

กำหนดการตรวจสอบ:

  • ตรวจสอบอาหารและน้ำทุก 6 เดือน
  • ตรวจสอบแบตเตอรี่และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุก