น้ำหอมผู้หญิง ยี่ห้อไหนดี 202320 อันดับแนะนำ น้ำหอมผู้หญิง ยี่ห้อไหนดี 2023

น้ำหอมผู้หญิง 2023 ในปัจจุบันน้ำหอมถือเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้นๆของคุณผู้หญิงทั้งหลาย ไม่ได้เป็นเพียงตัวเพิ่มความหอมให้กับกลิ่นกาย แต่ยังสามารถเพิ่มความมั่นใจและยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพให้กับผู้ใช้อีกด้วย กลิ่นของน้ำหอมแต่ละกลิ่นยังสามารถบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของคนๆนั้นได้เป็นอย่างดี

น้ำหอมผู้หญิง ยี่ห้อไหนดี ผู้หญิงส่วนมากมักชอบใช้น้ำหอมกลิ่นดอกไม้ และผลไม้ เพื่อให้กลิ่นที่สดชื่นตลอดทั้งวัน สามารถฉีดได้ทุกวัน เพราะเป็นกลิ่นที่เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน หรือจะมีกลิ่นพิเศษเพื่อใช้ในโอกาสพิเศษ เราสามารถเลือกใช้น้ำหอมตามแต่โอกาสนั้นๆได้ ไม่จำเจกับกลิ่นเดิมๆ เพิ่มความสนุก เพิ่มความมีมิติให้กับตัวเองได้

การเลือกกลิ่นน้ำหอมให้เหมาะกับตัวเอง

น้ำหอมผู้หญิง ยี่ห้อไหนดีนะที่จะเหมาะกับเรา น้ำหอมผู้หญิงมีหลากหลายกลิ่น หลากหลายแนว โดยเลือกใช้ตามบุคลิกของแต่ละคนหรือตามอารมณ์ของผู้ใช้ ณ ขณะนั้น มีทั้งกลิ่นโรแมนติก กลิ่นคลาสสิค กลิ่นสปอร์ต และกลิ่นเฟรช เป็นต้น

กลิ่นโรแมนติก : ช่วยเพิ่มเสน่ห์ ให้กับผู้ใช้ มีทั้งกลิ่นของดอกไม้นานาพันธุ์ และกลิ่นหอมร้อนแรงเย้ายวนใจ

กลิ่นคลาสสิค : ช่วยเพิ่มความนุ่มลึก สุขุม อบอุ่น ดูมีความเป็นผู้ใหญ่ให้กับผู้ใช้

กลิ่นสปอร์ต : ช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉง ตื่นตัว เหมาะกับผู้ใช้ที่มีความทันสมัย ทำให้ผู้ใช้ดูเป็นคนสนุกสนาน

กลิ่นเฟรช : ช่วยเพิ่มความรู้สึกสดชื่นให้กับผู้ใช้หรือผู้ที่ได้กลิ่น มักมีกลิ่นผลไม้จำพวกส้ม กลิ่นใบหญ้า และดอกไม้

แนะนำ น้ำหอมผู้หญิง การเลือกซื้อน้ำหอมให้เหมาะกับตัวเรา เราต้องรู้ก่อนว่าเราชอบกลิ่นแบบไหน ไม่ใช่เลือกกลิ่นที่กำลังเป็นที่นิยม แต่ไม่ได้เหมาะกับเรา เราควรเลือกกลิ่นน้ำหอมที่ไม่ทำให้เรามึนหัว กลิ่นไม่ฉุนจนเกินไป เพราะอาจะทำให้เราเสียคววามมั่นใจและเสียบุคลิกภาพด้วยเช่นกัน

ประเภทน้ำหอม

การจะหาน้ำหอมที่ดีและมีคุณภาพให้เหมาะกับเรานั้น ส่วนใหญ่จะเลือกที่กลิ่นเป็นหลัก แต่ยังมีประเภทของน้ำหอมด้วยที่เราควรให้ความใส่ใจ ประเภทของน้ำหอมจะช่วยให้คำตอบเราได้ว่าทำไมบางกลิ่นถึงไม่ค่อยทน หอมได้ไม่นาน บางกลิ่นอาจจะฉุนเกินไป ในขณะที่บางกลิ่นหอมอ่อนๆแต่ติดทนนาน

  1. น้ำหอมประเภท Eau Fraiche (โอ แฟร้ช)

เป็นน้ำหอมประเภทที่เจือจางที่สุด โดยมีส่วนผสมของหัวน้ำหอมอยู่ที่ 1%-3% เท่านั้น ที่เหลือจะเป็นแอลลกอฮอล์กับน้ำ น้ำหอมประเภทนี้จะให้กลิ่นได้ไม่ทนนาน เพียงแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง ให้กลิ่นค่อนข้างอ่อน

  1. น้ำหอมประเภท Eau de Cologne (EDC) (โอ เดอ โคโลญจน์)

เป็นน้ำหอมที่เข้มขึ้นมาอีกนิด โดยมีส่วนผสมของหัวน้ำหอมอยู่ที่ 2%-4% กลิ่นติดนานขึ้นเมื่อเทียบกับ น้ำหอมประเภท Eau Fraiche (โอ แฟร้ช) โดยจะให้ความหอมอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก่อนที่กลิ่นจะจางหายไป เรามักเรียกน้ำหอมประเภทนี้สั้นๆว่า Cologne (โคโลญจน์) นั้นเอง

  1. น้ำหอมประเภท Eau de Toilette (EDT) (โอ เดอ ตัวเลตต์)

เป็นประเภทน้ำหอมที่เราพบบ่อยที่สุด เนื่องจากเป็นประเภทที่จำหน่ายตามเคาท์เตอร์น้ำหอมทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า โดยมีส่วนผสมของหัวน้ำหอมอยู่ที่ 5%-15% โดยส่วนใหญ่จะผสมอยู่ที่ 10%  ซึ่งมีความเข้มข้นมากกว่าประเภท Cologne (โคโลญจน์) และกลิ่นติดนานกว่า โดยจะให้ความหอมอยู่ที่ประมาณ 3-5 ชั่วโมง

  1. น้ำหอมประเภท Eau de Parfum (EDP) (โอ เดอ พาร์ฟูม)

เป็นประเภทน้ำหอมที่เข้มข้นกว่า EDT อีกระดับ โดยมีส่วนผสมของหัวน้ำหอมอยู่ที่ 15%-20% โดยส่วนใหญ่จะผสมอยู่ที่ 15%-16% ไม่เกินจากนี้มากนัก โดยจะให้ความหอมอยู่ที่ประมาณ 6-10 ชั่วโมง

  1. น้ำหอมประเภท Parfum (พาร์ฟูม) หรือ Perfume (เพอร์ฟูม)

เป็นประเภทน้ำหอมที่เข้มข้นที่สุด เนื้อสัมผัสมันวาวมากกว่าน้ำหอมประเภทอื่นๆ โดยมีส่วนผสมของหัวน้ำหอมอยู่ที่ 20%-40% ด้วยความเข้มข้นของหัวน้ำหอมจึงทำให้มีราคาสูงกว่าน้ำหอมประเภทอื่นๆ และกลิ่นติดทนนานกว่า โดยจะให้ความหอมอยู่ที่ประมาณ 12-24  ชั่วโมง หาซื้อได้ค่อนข้างยาก ทำให้ไม่ค่อยได้พบเห็นน้ำหอมประเภทนี้มากนัก

ฉีดน้ำหอมยังไงให้ติดทั้งวัน

ถ้าการเลือกน้ำหอมบ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณ แต่ทำไมกลิ่นถึงไม่ติดทนตลอดทั้งวันกันนะ ปัญหากลิ่นน้ำหอมไม่ติดทนมักเป็นปัญหาของผู้ที่ฉีดน้ำหอมเป็นอันดับต้นๆกันเลยทีเดียว วันนี้เราจะมาแชร์เคล็ด(ไม่)ลับการฉีดน้ำหอมให้กลิ่นติดนานขึ้นกว่าเดิมกัน

  1. ฉีดน้ำหอมทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ

หลังอาบน้ำเสร็จเช็ดตัวให้หมาดๆแล้วบรรจงฉีดน้ำหอมตามจุดกระจายกลิ่น คือ ต้นคอ ใต้วงแขน ต้นแขนและข้อพับด้านในข้อศอก เพราะหลังอาบน้ำเสร็จผิวจะชุ่มชื่นสามารถช่วยล็อคความหอมให้ติดทนนานกว่าเดิม เสมือนเป็นกลิ่นกายของเราเองกันเลยค่ะ

  1. ทาโลชั่นก่อนฉีดน้ำหอม

แนะนำให้ทาโลชั่นก่อนฉีดน้ำหอม ควรใช้โลชั่นที่ไม่มีกลิ่นเพราะถ้าเราใช้โลชั่นที่มีกลิ่นแรงจะทำให้กลิ่นตีกัน การทาโลชั่นก่อนนั้นจะทำให้ผิวชุ่มชื่น สามารถช่วยล็อคกลิ่นน้ำหอมได้ดีกว่าตอนผิวแห้ง

  1. การฉีดน้ำหอมลงบนผม

วิธีนี้ก็เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆมากค่ะ เพราะเป็นการช่วยกระจายกลิ่นอีกวิธีที่สาวๆชอบมาก  โดยจะฉีดน้ำหอมลงบนหวี แล้วค่อยหวีนะคะ เราจะไม่ใช้ฉีดน้ำหอมลงบนผมตรงๆ เพราะการฉีดบนหวีแล้วค่อยหวีจะเป็นการช่วยกระจายกลิ่นดี และช่วยทำให้ไม่ฉุนจนเกินไปด้วยค่ะ ถือเป็นวิธีเพิ่มเสน่ห์ให้หญิงสาวไปด้วยค่ะ

  1. การเก็บรักษาน้ำหอม

ควรเก็บไว้ในที่เย็นๆ และแสงน้อย หรือเก็บไว้ในตู้เย็น เนื่องจากความเย็นจะช่วยยืดอายุให้น้ำหอม หอมนานยิ่งขึ้น ควรหลีกเลี่ยงในที่ชื่นและมีแสงเข้าเพราะว่าจะทำให้น้ำหอมเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

  1. ฉีดน้ำหอมตามจุดของร่างกาย

ควรฉีดน้ำหอมตามจุดชีพจรต่างๆ เช่น ข้อพับแขน ซอกคอใต้ใบหู ข้อพับมือ เป็นต้น โดยจุดดังกล่าวเป็นจุดที่เลือดไหลเวียน ทำหน้าที่กระจายกลิ่นน้ำหอมได้ดี อีกทั้งยังกลิ่นยังติดทนนานตลอดทั้งวัน

วันนี้เรามาแนะนำน้ำหอมผู้หญิง 20 อันดับ สำหรับปี 2023  ที่คุณผู้หญิงไม่ควรพลาดกันค่ะ


  1. รุ่น Chance Eau Tendre ของ Chanel

เป็นการผสมผสานของกลิ่นดอกไม้และผลไม้ ให้ความรู้สึกสดชื่นและหอมหวาน ประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหยจากจัสมินและโรสเอสเซนส์ สัมผัสความหอมอันนุ่มนวล ละเอียดอ่อน อ่อนโยนชวนฝัน และแฝงความร่าเริง สัมผัสถึงเสน่ห์ของผู้หญิงอย่างเต็มขั้น

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  และ CHANEL OFFICIAL


  1. รุ่น Gabrielle Essence ของ Chanel

เป็นการผสมผสานความหรูหรากับความสดใสเข้าด้วยกัน เป็นผลจากการผสมผสานของดอกไม้ 4 ชนิดด้วยกัน ประกอบไปด้วย กลิ่นทูเบอโรสที่เข้มข้น , กลิ่นมะลิที่มีความแปลกใหม่  , อีลางอี(ลางส่วนของดอกไม้ของพืชที่รูปทรงมีลักษณะเป็นดาว)ที่โดดเด่นและออกแนวฟรุตตี้ , กลิ่นออเรนจ์ บลอสซัมแสนสดชื่นและสดใส ให้ความรู้สึกหรูหราเย้ายวนใจ สดใส และอบอุ่น บ่งบอกถึงความมั่นใจในตัวเองของผู้ใช้

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  และ CHANEL OFFICIAL


  1. รุ่น Miss Dior Blooming Bouquet EDT ของ Dior

ให้ความรู้สึกอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิจากกลิ่นดอกไม้ที่ละเอียดอ่อน ของดอกกุหลาบ และดอกโบตั๋น ซึ่งยังได้รับความสดชื่นของมะกรูด แถมยังส่งกลิ่นหอมแต่ไม่เลี่ยนจนเกินไปให้ความรู้สึกอ่อนโยน

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  และ ช็อปของ SEPHORA ทุกสาขา


  1. รุ่น J’adore EDP ของ Dior

ให้ความรู้สึกหรูหรา น่าดึงดูด น่าค้นหา ผสมกับความสดชื่นและเย้าย้วนของมวลดอกไม้อันเป็นเอกลักษณ์  เสมือนได้รับการรังสรรขึ้นมาโดยเฉพาะ กลิ่นไม่แรงจนเกินไป เป็นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ที่คุณผู้หญิงทั้งหลายแนะนำเป็นอันดับต้นๆ โดยเป็นการนำกลิ่นดั้งเดิมมาปรุงแต่งผสมผสานกับดอกไม้นานาชนิดและกลิ่นผลไม้อ่อนๆให้มีความเย้ายวนใจ และน่าค้นหา

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  , ช็อปของ SEPHORA ทุกสาขา และ KING POWER


  1. รุ่น N°5 ของ Chanel

ถ้านึกถึงน้ำหอมที่คุณผู้หญิงส่วนใหญ่แนะนำ ต้องยกให้ N°5 เป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นที่นิยมจากทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยความมีกลิ่นเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำหอมระดับตำนาน มีกลิ่นเฉพาะตัวของวานิลลาและความหอมหวานจากดอกไม้นานาพันธ์ ให้กลิ่นหอมที่ลงตัวและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร เพิ่มความมีระดับให้กับผู้ใช้ นอกจากกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ความติดทนนานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณผู้หญิงชอบในตัวน้ำหอมรุ่นนี้เช่นกัน

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  และ CHANEL OFFICIAL


  1. รุ่น Coco Nior ของ Chanel

ให้ความรู้สึกถึงเสน่ห์ลึกลับ แลน่าค้นหา เซ็กซี่แบบมีระดับ และเสน่ห์อันเย้ายวนดึงดูดเกินห้ามใจ รวมอยู่ในกลิ่นเดียวกัน เหมาะกับงานเลี้ยงหรูหรายามค่ำคืน ส่งเสริมให้ผู้ใช้เจิดจรัสเปล่งประกายที่สุดในงาน เติมเต็มความมั่นใจและช่วยเพิ่มเสน่ห์น่าดึงดูดเกินห้ามใจให้กับผู้ใช้

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  และ CHANEL OFFICIAL


  1. รุ่น Her London Dream ของ BURBERRY

ให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย โดยมีกลิ่นหอมละมุนจากดอกไม้ของดอกโบตั๋น และความสดชื่นของกลิ่นมะนาวและขิง ทำให้ไม่หอมเลี่ยนจากกลิ่นดอกไม้มากจนเกินไป ใช้งานเหมาะกับเป็นกลิ่นที่สามารถใช้ประจำวันได้ เพราะกลิ่นมีความละมุนกลมกล่อม ไม่ฉุน

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  และ ช็อปของ SEPHORA ทุกสาขา


  1. รุ่น Flora ของ Gucci

ให้ความรู้สึกถึงหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ โดยมีกลิ่นหอมหวานจากดอกไม้นานาชนิดเป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกของผู้หญิงที่มีความสดใสร่าเริงเต็มไปด้วยพลังบวกและสง่างาม ซึ่งมีส่วนประกอบหลักๆของ ดอกลูกแพร์ ผสมกับดอกมะลิ อีกทั้งยังมีกลิ่นของบราวชูการ์และแพร์บลอสซั่มอีกด้วย

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  , ช็อปของ SEPHORA ทุกสาขา และ KING POWER


  1. รุ่น JOY by Dior EDP Intense ของ Dior

ให้ความรู้สึกสดชื่นผสมผสานกับความหอมหวาน ละมุนละไมจากดอกไม้ เพิ่มความเย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์ ให้มีชีวิตชีวา สดใส โดยมีกลิ่นที่หอมหวาน ไม่เลี่ยนจนเกินไป ชวนให้หลงไหล เหมาะกับผู้หญิงที่ต้องการมีลุคที่ดูสดใส อ่อนหวาน และน่าค้นหา แถมยังมีกลิ่นที่ติดทนนาน ถูกใจสาวๆเป็นที่สุด

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  และ ช็อปของ SEPHORA ทุกสาขา


  1. รุ่น Si Passione Eclat ของ Giorgio Armani

ให้ความสดใสและมีชีวิตชีวา แฝงด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนใจ นุ่มนวล และสดชื่น เหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน รุ่น Si Passione Eclat มาพร้อมความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยการหลอมรวมของกลิ่นกุหลาบ เบอร์กามอต และแบล็คเคอร์แรนต์อย่างลงตัว โดยกลิ่นนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อผู้หญิงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา และ EVEANDBOY


  1. รุ่น Chance ของ Chanel

ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา หอมหวานและแฝงด้วยกลิ่นของความขี้เล่น โดยมีกลิ่นอ่อนโยนของมะลิ ผสมกับกลิ่นวานิลลา และแต่งเติมด้วยกลิ่นของไวท์มัสก์ กลิ่นไม่ฉุนมากถึงขนาดทำให้เวียนหัว สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ใช้ได้ตั้งแต่วัยรุ่นถึงวัยทำงาน เหมาะกับผู้หญิงที่อยากมีภาพลักษณ์เป็นสายหวาน ที่มีความขี้เล่น

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  และ CHANEL OFFICIAL


  1. รุ่น Signature Eau De Parfum ของ CHLOÉ

ให้ความรู้สึกสดชื่น สง่างาม มีเสน่ห์น่าค้นหา และยังมีกลิ่นหอมหวานของดอกไม้นานาชนิด ทั้งดอกกุหลาบ , ฟรีเซีย , พิโอนี่  , ดอกแมกโนเลีย , ลิ้นจี้และซีดาร์ ผสมผสานอย่างลงตัว เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และเพิ่มเสน่ห์ให้กับผู้ใช้

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  , ช็อปของ SEPHORA ทุกสาขา และ KING POWER


  1. รุ่น Chance Eau Fraiche ของ Chanel

ถือว่ารุ่นนี้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณผู้หญิง ด้วยความที่มีกลิ่นไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป กลิ่นสปอร์ต เหมาะกับผู้หญิงสายแอคทีฟ คล่องแคล่ว ให้กลิ่นหอมสดชื่น สะอาดและเย็นสบาย  ไม่ฉุน และกลิ่นไม่แรงถึงขนาดทำให้เวียนหัว เหมาะกับช่วงหน้าร้อนของประเทศไทยเป็นอย่างมาก มีส่วนประกอบของดอกไม้นานาพันธุ์ ทั้ง Teak Wood , Citron และ Jasmine ที่ผสมผสานอย่างลงตัวและเป็นเอกลักษณ์

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  และ CHANEL OFFICIAL


  1. รุ่น Bright Crystal Absolu ของ VERSACE

เป็นการผสมผสานของดอกไม้นานาชนิดอย่างลงตัว ได้แก่ ดอกแมกโนเลีย ดอกบัว

ส้มยูซุ ทับทิม ราสเบอร์รี่ พิโอนี่ ที่ให้ความหอมคลาสสิกอันอบอุ่นนุ่มนวลของดอกไม้และความสดชื่นจากกลิ่นฟรุตตี้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกละเอียดอ่อน สดชื่น หอมหวานของผู้หญิงตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ กลิ่นไม่ฉุนจนเกินไป เป็นที่ถูกใจของสาวๆแน่นอน

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา 


  1. รุ่น La Vie Est Belle ของ LANCÔME

น้ำหอมกลิ่นดอกไม้ ผสมผสานของ ดอกส้ม ดอกไอริส ให้ความหอมหวานละมุน ผสมกับกลิ่นของผลไม้ ที่ให้ทั้งความหอมหวาน มีเสน่ห์เย้ายวนชวนหลงไหล ปนความเซ็กซี่และซุกซุน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของดอกไม้เหมาะกับผู้หญิงยุคใหม่  กลิ่นหอมหวานไม่ฉุน

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  และ  LANCÔME


  1. รุ่น Guilty For Her ของ GUCCI

น้ำหอมที่เป็นเอกลักษณ์ต้องยกให้ Guilty For Her ของ GUCCI โดยเป็นการผสมผสานของดอกไม้และเครื่องเทศได้อย่างลงตัวอย่างแท้จริง ให้กลิ่นหอมเย้ายวน ช่วยดึงเสน่ห์ของหญิงสาวออกมาอย่างแท้จริง เสริมภาพลักษณ์ให้ดูเซ็กซี่ เพิ่มความสง่างาม เหมาะสำหรับงานทางการที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง ด้วยกลิ่นของส้มและมะกรูด ผสมกับกลิ่นของดอกไม้นานาชนิด จึงทำให้ได้กลิ่นที่หอมหวานและสดชื่น เป็นที่นิยมของคุณผู้หญิงวัยทำงาน

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  , ช็อปของ SEPHORA ทุกสาขา และ KING POWER


  1. รุ่น California Dream ของ LOUIS VUITTON

ด้วยกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของสมแมนดารินที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น มีชีวิตชีวา  พร้อมด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนของดอกไม้และผลไม้รวม และยังเสริมด้วยกลิ่นของกำยานและวานิลาอ่อนๆเพื่อเพิ่มความอ่อนนุ่มและน่าหลงไหล ให้ความรู้สึกถึงเสน่ห์ของค่ำคืนของฤดูร้อนอย่างแท้จริง เหมาะกับสาวๆที่กำลังเบื่อได้เป็นอย่างดี เพราะความมีหลายมิติของกลิ่น

สามารถหาซื้อได้ที่ ช็อป LOUIS VUITTON ทุกสาขา


  1. รุ่น Cheap & Chic ของ MOSCHINO

เป็นน้ำหอมที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่รูปลักษณ์ยันกลิ่น มาพร้อมความผสมผสานของกลิ่นส้มยูซุ มะกรูด แพททิเกรน ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ และกลิ่นที่เพิ่มความย้วยยวนของ วานิลา แอมเบอร์ ไม้ซีดาร์มัสก์ และกล้วยไม้ จึงทำให้น้ำหอมรุ่นนี้เป็นที่นิยมของสาวๆ เหมาะกับทุกโอกาสสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ เป็นกลิ่นที่มีความซับซ้อน ไม่เลี่ยนจนเกินไป

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  , ช็อปของ SEPHORA ทุกสาขา และ KING POWER


  1. รุ่น Nectar Love Eau De Parfum ของ DKNY

เป็นน้ำหอมที่มีการรวมตัวของดอกไม้และผลไม้นานาชนิดผสมผสานกันเป็นเอกลักษณ์ โดยเน้นไปที่ความสดชื่นของผลไม้รวม ผสมให้เข้ากันกับกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของรวงผึ้งเพื่อเพิ่มความน่าหลงไหล  สามารถสัมผัสได้ถึงความหอมหวาน สดชื่น และผ่อนคลาย และยังเผยเสน่ห์ของผู้หญิงให้ดูอ่อนหวานมากขึ้น ดูสง่างาม น่าหลงไหล เย้ายวนใจ เหมาะกับการใช้งานได้หลากหลายโอกาส ด้วยกลิ่นชวนน่าหลงไหล ไม่ฉุนและเลี่ยนจนเกินไป จึงเป็นที่นิยมของสาวๆเป็นจำนวนมาก

สามารถหาซื้อได้ที่ CENTRAL ทุกสาขา  ,  KING POWER และ LAZADA


  1. รุ่น Eau des Merveilles Eau de Toilette ของ HERMÈS

เป็นน้ำหอมที่ให้กลิ่นอบอวลอันหอมหวานของธรรมชาติ ให้ความรู้สึกหอมสดชื่นของส้ม พร้อมให้ความรู้สึกเผ็ดร้อนของพริกไทยอ่อนๆ มาพร้อมความกลิ่นของแมกไม้และพืชพรรณที่ช่วยเพิ่มกลิ่นของความเขียวขจี เพราะกลิ่นไม่ได้ติดหวานจนเกิน จึงทำให้สามารถใช้ได้ทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ใช้ได้เป็นประจำ กลิ่นไม่ฉุน

สามารถหาซื้อได้ที่ KING POWER


เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับน้ำหอม 20 อันดับ น้ำหอมผู้หญิงยี่ห้อไหนดี ที่ทางเราได้แนะนำ น้ำหอมผู้หญิงมา มีรุ่นไหนที่ถูกใจบ้างหรือยังคะ จะเห็นได้ว่าการเลือกน้ำหอมให้ตรงกับความต้องการของคนฉีดเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะจะเป็นการเพิ่มเสน่ห์ เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวผู้ฉีดเอง จึงมีความจำเป็นต้องเลือกให้ตรงกับรสนิยมของผู้ใช้ หากสาวๆยังตัดสินใจไม่ได้ เราขอแนะนะให้ลองเทสตามช็อปของห้างดูนะคะ เพื่อเพิ่มการตัดสินใจให้ได้ลองใช้เพิ่มขึ้น น้ำหอมผู้หญิง 2023 จึงเป็นทางเลือกในการตัดสินใจ

น้ำหอมนอกจากจะให้กลิ่นที่หอมแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือปริมาณในการฉีดค่ะ เพราะถ้าใช้น้ำหอมในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจจะทำให้ผู้ใช้ หรือผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆตัว อาจจะฉุนจนเวียนหัวได้ ดังนั้นการใช้น้ำหอมทีละน้อยจะทำให้กลิ่นไม่ฉุนจนเกินไปและไม่ไปรบกวนผู้อื่น