Sculptra คืออะไร?
Sculptra คือสารเติมเต็มผิว (dermal filler) ชนิดพิเศษที่มีส่วนประกอบหลักคือ Poly-L-lactic acid (PLLA) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้ในร่างกาย Sculptra ไม่ใช่แค่การเติมเต็มผิวธรรมดา แต่เป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และเต่งตึงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
วิธีการทำงานของ Sculptra
การทำงานของ Sculptra คือเมื่อฉีด Sculptra เข้าสู่ผิวหนัง PLLA จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นและความแข็งแรง เมื่อเวลาผ่านไป PLLA จะถูกย่อยสลายไปอย่างปลอดภัย แต่คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จะยังคงอยู่ ทำให้ผลลัพธ์ของ Sculptra สามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปีหรือมากกว่า
ข้อดีของ Sculptra
- ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ: เนื่องจาก Sculptra กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเอง จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการเติมเต็มแบบอื่น
- ผลลัพธ์ที่ยาวนาน: ในขณะที่สารเติมเต็มทั่วไปอาจอยู่ได้เพียง 6-12 เดือน Sculptra สามารถให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานถึง 2 ปีหรือมากกว่า
- ปรับปรุงโครงสร้างใบหน้า: นอกจากการลดเลือนริ้วรอย Sculptra ยังช่วยปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยรวม
- ความปลอดภัย: PLLA เป็นสารที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก FDA และใช้ในทางการแพทย์มานานหลายทศวรรษ
ใครที่เหมาะกับการทำ Sculptra?
Sculptra คือหัตถการที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยลึก ผิวหย่อนคล้อย หรือต้องการเพิ่มปริมาตรให้กับใบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณแก้ม ขมับ และรอบปาก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีการอักเสบเรื้อรังของผิวหนัง หรือมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของ Sculptra ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์นี้
ผลลัพธ์และการดูแลหลังการรักษา
ผลลัพธ์ของ Sculptra จะเห็นได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะเวลา 4-6 เดือน เนื่องจากเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย โดยทั่วไปจะต้องทำการรักษา 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หลังการรักษา ควรดูแลผิวด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำและหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง
Sculptra คือนวัตกรรมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวแก่ก่อนวัยและริ้วรอยที่มากเกินไป ด้วยกลไกการทำงานที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ Sculptra จึงให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยาวนานกว่าการเติมเต็มผิวแบบทั่วไป อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทำ Sculptra ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล